วันอังคารที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ท่าถูฝ่ามือ การถูฝ่ามือไปมา เป็นวิธีแสดงถึงความ ...



ท่าถูฝ่ามือ การถูฝ่ามือไปมา เป็นวิธีแสดงถึงความคาดหวังในสิ่งดี ๆ ความเร็วในการถูก็มีความหมายเช่นเดียวกัน ถ้าถูฝ่ามือด้วยความเร็วแสดงว่าคนคนนั้นกำลังคาดหวังว่าฝ่ายตรงข้ามจะได้รับสิ่งดี ๆ ที่คาดหวังไว้ แต่ถ้าถูฝ่ามือไปอย่างช้า ๆ ความคาดหมายจะเปลี่ยนไป เขาจะเป็นคนมีเล่ห์เหลี่ยม และรู้สึกว่าเขาพูดอ้อมค้อมและได้กลิ่นของผลประโยชน์ที่เขาคาดหวังให้ตัวเองมากกว่าผลประโยชน์ของฝ่ายตรงข้าม แต่บางครั้งการที่เราถูกมือไปมา อาจหมายความว่าเขากำลังหนาว จึงถูกมือและนิ้วเพื่อให้เกิดความอบอุ่น นอกจากจะชอบถูกมือแล้ว คนเรายังชอบถูนิ้วหัวแม่มือและนิ้ว ซึ่งแสดงถึงความคาดหวังเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ

ท่านิ้วหัวแม่มือ โดยธรรมชาติแล้ว นิ้วหัวมือมือจะเป็นนิ้วที่แสดงถึง ...




ท่านิ้วหัวแม่มือ โดยธรรมชาติแล้ว นิ้วหัวมือมือจะเป็นนิ้วที่แสดงถึงพลังอำนาจและความเป็นตัวของตัวเอง ความมีอำนาจเหนือผู้อื่น ก้าวร้าว และมักใช้สนับสนุนท่านทางอื่น ๆ เช่น ท่าซุกมือในกระเป๋ากางเกงและยื่นหัวแม่มือออกมา แสดงถึงความลับ สิ่งที่ปกปิดเอาไว้ เรื่องลับลมคมใน หรือพยายามซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงเอาไว้ภายใน หรือท่ากอดอกโดยให้นิ้วหัวแม่มือชี้ขึ้น ซึ่งมี 2 ความหมายด้วยกันคือ เป็นการป้องกันตัว กับแสดงความเหนือกว่า เป็นต่อ และมักจะยืนโคลงตัวบนปุ่มนิ้วหัวแม่เท้า นอกจากนั้นนิ้วหัวแม่มือยังเป็นสัญลักษณ์แทนการล้อเลียน ไม่นับถือ เช่น สามีมักใช้นิ้วหัวแม่มือชี้ไปทางภรรยาของตัวเองเมื่อกล่าวถึงเธอ

ท่าลูบคาง การลูบคางเป็นสัญลักษณ์ของการตัดสินใจ



ผู้ฟังกำลังตัดสินใจในสิ่งที่เขาได้ฟัง ซึ่งในระหว่างที่กำลังมีการตัดสินใจอยู่ ไม่ควรเข้าไปขัดจังหวะ ถ้ามีการลูบคางไปพร้อม ๆ กับกอดอก นั่งไขว่ห้าง หลังพิงเก้าอี้ แสดงว่าเขาตัดสินใจไปในแง่ลบ ถ้าลูกคางและนั่งในท่าเตรียมพร้อมที่จะลุกขึ้น แสดงว่าการตัดสินใจของเขาเป็นบวกแน่นอน นอกจากท่าลูบคางแล้ว คนที่สวมแว่นตาจะใช้ประเมินการตัดสินใจด้วย ปากกา นิ้วมือ เมื่อถูกถามถึงการตัดสินใจ แสดงว่าเขาไม่มั่นใจ และต้องการความมั่นคงมากกว่านี้ เพราะการคาบวัตถุต่าง ๆ เอาไว้ เป็นการยืดเวลาการตัดสินใจออกไปก่อน

วันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ท่าจับมือที่น่าสนใจที่สุดคือการจับมือแบบ 2 มือ

ท่าจับมือที่น่าสนใจที่สุดคือการจับมือแบบ 2 มือ เนื่องจากเป็นท่าที่สามารถแสดงความจริงใจต่ออีกฝ่ายที่ชัดเจนที่สุด ซึ่งมีส่วนประกอบที่สำคัญด้วยกันสองส่วน คือส่วนแรก มือซ้ายจะถูกใช้เพื่อสื่อความรู้สึกพิเศษที่จะส่งไปยังฝ่ายตรงข้าม และส่วนที่สอง มือซ้ายจะเริ่มล่วงล้ำเข้าไปในระยะใกล้ชิดของอีกฝ่ายหนึ่ง โดยมากแล้วท่านี้จะพบในหมู่เพื่อนฝูง คนที่มีความสนิทสนมกันเป็นพิเศษ

คว่ำมือลงหรือกำหมัด การคว่ำมือหรือนั่งแล้วกำหมัด เป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่าเขากำลังจะเกิดพายุใหญ่แล้ว ดังนั้นควรถอยออกมาให้ห่าง
เขาไว้ก่อน เพราะในตอนนี้เขากำลังโกรธจัด จวนเจียนจะระเบิดมันออกมาแล้ว แต่่ยังคงอดกลั้น แต่ถ้ายังดื้อดึงต่อไปไม่ยอมถอยออกมา ความอดกลั้นของเขาอาจจะสิ้นสุดได้และทำให้สถานะการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก

งอนิ้วหัวแม่มือหรือใช้ปลายนิ้วสัมผัสกัน การใช้นิ้วเป็นของเล่นแสดงการเบื่อหน่ายอย่างสุดจะทน ถ้าพบท่าทางดังกล่าวเกิดขึ้นกับใครแล้ว ขอให้รุ้ไว้ว่าเขาทนฟังคำพูดจนเต็มกลืนแล้ว ดังนั้นควรจะรีบ ๆ พูดในสิ่งที่คิดเอาให้จบภายในเวลาอันรวดเร็วที่สุด

การซ่อนมือให้พ้นสายตา บ่อยครั้งที่เราจะพบเห็นคนที่พยายามเอามือซุกซ่อนตามที่ต่าง ๆ เช่นในกระเป๋ากางเกงหรือทำอย่างอื่นเพื่อให้มันพ้นไปไปจากสายตาของคนอื่นแต่สิ่งที่เขาเก็บซ่อนนอกจากมือแล้ว ความรู้สึก อารมณ์ที่ไม่อยากได้ยินเรื่องราวจากคู่สนทนาอีกต่อไปคือ สิ่งที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ เพราะเรื่องราวดังกล่าวอาจสร้างความลำบากใจให้เขาได้ หรือรู้สึกไม่ดีถ้าต้องได้ยินเรื่องนั้น

เอามือประสานแน่นและแนบไว้ข้างลำตัว ลักษณะดังกล่าวหมายถึง โอกาส เขากำลังเล็งเห็นช่องทางที่คิดว่าคำพูดของเขากำลังจะเป็นจริงขึ้นมา ซึ่งอาจจะหมายถึง ความสำเร็จ ส่วนการประสานมือไว้หลังศีรษะ จะหมายถึงความรู้สึกไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เขารับรู้ ดังนั้นถ้ารู้สึกว่าเหตุผลนั้นฟังไม่ขึ้น ให้รีบจัดการแก้ไขข้อมูลใหม่ทันที เพราะเขากำลังไม่แน่ใจในเหตุผลนั้น และการประสานมือไว้ที่หลังต้นคอ แสดงถึงความผ่อนคลาย และการเปิดใจรับ ด้วยลักษณะดังกล่าวนี้หมายถึงการเริ่มผ่อนคลายลงและพร้อมที่จะเปิดรับอย่างเต็มที่ หรืออาจจะหมายถึงความต้องการที่ได้สนทนาในทางที่สร้างสรรค์กว่าเดิม

ท่ากัดนิ้ว คนที่ตกอยู่ภายใต้ความกดดัน มักใช้ท่ากัดนิ้วเพื่อระบายความกดดันออกมาและมักจะทำไปโดยไม่รู้ตัว นอกจากกัดนิ้วแล้ว อาจจะหาของอื่นมากัดแทน เช่น ปากกา บุหรี่ หลอด เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าเขาต้องการความมั่นคงทางจิตใจ

จับคางเท้าคาง ใช้ในสถานะการณ์ที่มีความเบื่อหน่ายเริ่มแผ่ออกมา เช่น ในห้องเรียน ห้องประชุม สัมมนาอบรม ผู้ฟังที่เริ่มเบื่อหน่ายจะแสดงอาการออกมาด้วยการเท้าคางเพื่อพยุงไม่ให้ศีรษะเอียงไปมา ซึ่งถ้าศีรษะไม่ตั้งตรง อาจจะทำให้เขาเผลอหลับไปได้ เราจะสังเตได้ว่าคนคนนั้นเบื่อมากน้อยแค่ไหน ได้จากความกว้างของแขนข้างที่เท้าคาง หรือพยุงศีรษะอยู่ แต่ถ้าผู้ฟังเคาะนิ้วบนโต๊ะ หรือเคาะเท้าบนพื้นไปเรื่อยๆ แสดงว่าผู้ฟังเริ่มหมดความอดทนที่ต้องทนฟังอย่างเบื่อหน่ายมานานแล้ว และผู้พูดควรจะหยุดพูดได้แล้ว

ท่าเท้าคางแล้วกางนิ้วชี้ขึ้นด้านบน เมื่อผู้ฟังเอามือเท้าคางโดยใช้นิ้วชี้ชูขึ้น แล้วใชนิ้วหัวแม่มือประคองไว้ใต้คาง แสดงว่าผู้ฟังมีความคิดในแง่ลบและกำลังวิจารณ์ตัวผู้พูดอยู่ โดยปกติแล้วการใช้นิ้วหัวแม่มีอประคองหรือพยุงใต้คาง แสดงถึงความสนใจ แต่การใช้นิ้วชี้ขึ้นด้านบนแสดงถึงการวิพากษ์วิจารณ์

ท่ากำมือแนบข้างแก้มและนิ้วชี้ชี้ขึ้นมา ท่านี้แสดงให้เห็นว่าผู้ฟังไม่ได้สนใจในสิ่งที่กำลังฟังอยู่ แต่ทำทีว่าสนใจเพื่อเป็นการรักษามารยาทในที่ประชุม แต่ท่าทางดังกล่าวนี้ไม่สามารถปกปิดความรู้สึกที่แท้จริงได้ ผู้พูดจะรู้ทันทีว่าผู้ฟังไม่จริงใและกำลังประจบประแจง เอาใจด้วยการทำท่าเหมือนสนใจฟัง

วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2553

การจับมือ การจับมือเพื่อการทักทายและอำลา




การจับมือเพื่อการทักทายและอำลา เป็นวัฒนธรรมของต่างชาติซึ่งปัจจุบันนี้กลายเป็นวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมและเป็นที่แพร่หลายไปทั่วโลก จนได้รับการยกย่องเป็นสากล ไม่เว้นแต่ในประเทศที่มีอารยธรรม วัฒนธรรมเป็นของตัวเอง เนื่องจากมีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นเพื่อให้ธุรกิจ การเจจาตกลง การค้าขายกับต่างชาติยังคงดำเนินต่อไปได้และเป็นไปตามเป้าหมาย เราจำเป็นที่จะต้องศึกษาและทำความเข้าใจ ในวัฒนธรรมการจับมือของต่างชาติไว้บ้าง เพื่อให้เข้าใจในความหมายของท่าทาง ซึ่งจะสื่อไปถึงความรู้สึกของเขาด้วย และเพื่อเป็นการแสดงถึงความเป็นสากล ไม่ใช่พวกล้าหลังให้ชาวต่างชาติได้รับรู้

วัฒนธรรมการจับมือของชาวต่างชาตินั้นเกิดขึ้นมาตั้งแต่ยุคโบราณสมัยที่มนุษย์ยังอาศัยอยู่ในถ้ำ เมื่อพวกเขาพบปะกัน จะยกแขนขึ้นเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามได้เห็นมือ ซึ่งแสดงว่าพวกเขาไม่มีอาวุธซ่อนเอาไว้ หรือการทาบมือลงบนหัวใจและท่าอื่น ๆ และสุดท้าย ได้วิวัฒนาการกลายเป็นการจับมือในยุคปัจจุบัน

ในกรณีที่เป็นการพบเจอหน้ากันครั้งแรก การจับมือทักทายตามธรรมเนียมจะสื่อความหมายความรู้สึกแรกพบออกมาได้ทันที บางคนเมื่อพบหน้ากัน จะรู้สึกได้ทันทีว่าจะต้องควบคุมคนคนนั้นให้ได้ และการแสดงความรู้สึกนั้นออกมาด้วยการจับมือแบบข่มขู่ โดยจะจับมือและคว่ำมือของตนเองลง ซึ่งตรงข้ามกับการจับมือแบบยอมจำนนที่จะหงายฝ่ามือขึ้น หรืออาจจะมีความจำเป็นอื่น ๆ ที่ต้องทำเช่นนั้น เช่น ข้อมืออักเสบ มีปัญหาเกี่ยวกับไขข้อ จึงทำให้ต้องจับในท่าดังกล่าว แต่ถ้ารู้สึกว่าฝ่ายตรงข้ามพยายามควบคุมด้วยการจับมือและคว่ำมือตนเองลง เพื่อให้เขารู้ว่าขณะนี้เขากำลังเป็นต่อเราอยู่ ซึ่งการที่จะพลิกมือให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งปกติจึงเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่ให้แก้ใขด้วยการก้าวท้าวซ้ายรุกเข้าใกล้เขา แล้ววางเท้าซ้ายขวางเท้าขวาเขาไว้ วิธีนี้ทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถขัดขืน และพลิกมือให้กลับมาตั้งตรงในตำแหน่งการจับมือตามปกติได้และกลับมาเป็นฝ่ายควบคุมบ้าง

บางครั้งการจับมือเพื่อเป็นการทักทาย ควรพิจารณาก่อนว่าควรเป็นฝ่ายจับก่อนหรือไม่ โดยเฉพาะที่ได้พบกันครั้งแรก เพราะมันอาจส่งผลลบแทนได้ ผู้ที่ถูกจับมือโดยไม่รู้ตัวก่อนล่วงหน้าอาจจะทำให้เขาไม่ยินดีกับการทักทาย หรือแสดงออกหรือท่าทีที่ไม่ประทับใจออกมาได้




นักการเมืองมักจะเป็นกลุ่มคนที่ใช้ท่าจับมือแบบถุงมือมากที่สุด โดยจะยื่นมือออกไปจับก่อนเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามเกิดความประทับใจว่าเขาเป็นคนน่าเชื่อถือ ไว้ใจได้ มีความซื่อสัตย์ แแต่ไม่เหมาะสมสำหรับคนที่เพิ่งพบกันเป็นครั้งแรก เพราะท่าจับมือแบบถุงมือเป็นท่าแสดงความสนิทสนมหรือเป็นที่รู้จักคุ้นเคยกันอย่างดี นอกจากนั้นท่านี้ไม่ควรนำมาใช้อีกท่าหนึ่งคือ การจับือแบบเย็นชา การจับมือด้วยความนุ่มนวลและนิ่ง ไม่มีการเขย่า ลักษณะการจับแบบดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นว่าผู้จับเป็นคนอ่อนแอตรงกันข้ามกับคนที่จับในลักษณะที่แสดงถึงความก้าวร้าว เช่น จับแล้วบีบมือด้วยความรุนแรง

ผู้ที่มีความก้าวร้าวมักจะมีท่าการจับมือที่สามารถสื่อให้เห็นถึงความก้าวร้าวได้ง่าย เช่น ท่ายืนแขนเหยียดตรงออกมาจับมือ เขาจะเหยีดแขนออกมาเพื่อรักษาระยะห่างเอาไว้ ไม่ยอมให้ฝ่ายตรงข้ามล่วงล้ำอาณาเขตของตนและจะมีการโน้มตัวมาข้างหน้า ส่วนคนที่ชอบจับมือแบบจับแต่นิ้ว จะแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนขาดความมั่นใจมาก จะเห็นได้จากการจับมือว่ามีการรักษาระยะห่างของตัวเองเอาไว้

ท่าฝ่ามือ การใช้ฝ่ามือแทนการแสดงออกของมนุษย์

การใช้ฝ่ามือแทนการแสดงออกของมนุษย์นั้นเป็นท่าทางที่ทรงอำนาจมากที่สุด เนื่องจากการใช้มือจะเป็นการแสดงอำนาจและพลังที่ซ่อนเร้น ซึ่งทำให้คนคนนั้นดูมีอำนาจเหนือคนอื่นเมื่อใช้ในการออกคำสั่งหรือแสดงความจริงใจออกมา


ฝ่ามือของมนุษย์นั้นถือว่าเป็นอวัยวะที่มนุษย์หวงแหน และไม่ค่อยเปิดหรือหงายฝ่ามือขึ้นได้ง่ายนัก ดังนั้นมนุษย์จึงใช้ฝ่ามือในการแสดงอารมณ์โดยเมื่อมนุษย์เริ่มที่จะพูดความจริงออกมา เขาก็จะหงายฝ่ามือบางส่วนหรือทั้งหมดไปยังคู่สนทนาด้วย ซึ่งเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่รู้ตัว ในกรณีที่ใช้การหงายฝ่ามือออกในขณะที่พูดโกหกท่าทางที่ออกมาจะมีลักษณะของการโกหก แทนที่จะเป็นท่าทางความซื่อสัตย์หรือจริงใจ แต่คนที่ชอบโกหกหรือเป็นนักมายากล มักจะฝึกการใช้ท่าหงายฝ่ามือได้อย่างคล่องแคล่ว เพื่อให้สอดคล้องกับกลของเขา ในขณะเดียวกันยิ่งเราหัดการใช้ท่าหงายฝ่ามือมากเท่าไร โอกาสที่เราจะพูดโกหกฏ้จะลดน้อยลงไป และถ้าสามารถอ่านท่าทางขณะพูดของคนอื่นได้ ก็จะสามารถจับโกหกของคนได้เช่นกัน

การหงายฝ่ามือขึ้นแสดงถึงการยอมจำนน ไม่ต้องการคุกคาม แต่ถ้ามีคำขอร้องตามออกมาด้วยท่าทางดังกล่าว จะเป็นการบังคับให้ทำหรือแสดงความเป็นต่อหรือเป็นรองในสถานการณ์นั้น

เมื่อคว่ำฝ่ามือลง จะแสดงถึงอำนาจขึ้นมาทันทีโดยที่ผู้ถูกขอร้องด้วยการคว่ำฝ่ามือ จะรู้สึกว่าเขากำลังถูกออกคำสั่งและตกอยู่ในฐานะเป็นรองอยู่

การนั่ง ในกรณีที่การสนทนาเกิดขึ้นบนเก้าอี้



ในกรณีที่การสนทนาเกิดขึ้นบนเก้าอี้ ถ้าทั้งสองฝ่ายยอมรับหรือสนใจในตัวอีกฝ่ายหนึ่งจริง ๆ จะนั่งไขว่ห้างไปทางที่คู่สนทนานั่งอยู่ และยิ่งทั้งสองคนเริ่มที่จะมีความคิดเห็นที่สอดคล้องหรือเหมือนกัน พวกเขาก็จะเริ่มเลียนแบบท่าทาง การเคลื่อนไหวของกันและกัน ในกรณีที่ต้องการแทรกหรือทำลายรูปแบบปิดของการสนทนาให้หมดไป บุคคลที่สามจะต้องเลื่อนเก้าอี้ไปยังตำแหน่งตรงหน้าของอีกสองคน เพื่อสร้างสามเหลี่ยมขึ้น

นอกจากการนั่งไขว่ห้างเพื่อสื่อถึงความคิดเห็นที่ตรงกันแล้ว การนั่งรูปสามเหลี่ยมแบบเปิดยังเป็นการแสดงท่าทางในลักษณะที่ไม่เป็นทางการเกินไป ดูสบาย ๆ ในการพบปะกัน และยังเป็นท่าทีที่เหมาะสมที่สุดในการตักเตือนหรือให้คำแนะนำผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชาสามารถแสดงท่าทางเห็นด้วยกับผู้ใต้บังคับจากการนั่งในรูปแบบนี้ด้วยการเลียนแบบการเคลื่อนไหวและท่าทางของเขา การนั่งโดยให้ลำตัวหันไปหาผู้ใต้บังบัญชาโดยตรง เป็นการแสดงถึงความเอาจริงเอาจัง ต้องการคำตอบที่ตรงไปตรงมา การแสดงออกทางสีหน้าและร่างกายน้อยลง จะทำให้ผู้ใต้บังคับรู้สึกเครียด กดดัน และวิตกกังวลมากกว่าตอนที่เขาทำผิด หรือการหมุนเก้าอี้ให้หันตรงไปทางเขาขณะถามคำถาม ก็สามารถทำให้ลูกน้องเกิดความกดดันได้และสาระภาพความผิดออกมา แต่ถ้านั่งเก้าอี้และหมุนให้เก้าอี้หันออกจากลูกน้อง แล้วเปลี่ยนมาเป็นหันศีรษะเข้าหาเขาแทน จะทำให้เขาลดความกดดัีนลงไป ซึ่งท่าที่เหมาะสมกับการถามคำถามที่มีความละเอียดอ่อนหรืออ่อนไหวได้ง่าย เพราะจะทำให้ได้รับคำตอบที่เปิดเผยมากกว่าเดิม



การนั่งและการหันปลายเท้า การหันปลายเท้านอกจากจะเป็นแสดงทิศทางที่ต้องการไปแล้วยังหมายถึง บุคคลที่น่าสนใจด้วย หนุ่ม ๆ ที่ยืนรุมแจกขนมจีบสาวคนหนึ่ง ดูภายนอกก็เหมือนกับว่าหนุ่ม ๆ ทั้งหลายกำลังความคุมสถานะการณ์ทั้งหมดเอาไว้ได้ เพราะพวกเขาพยายามพูดคุยกับหญิงสาวคนเดียวในกลุ่ม โดยที่ฝ่ายสาวเจ้า ไม่พูดอะไรเลยนอกจากยืนยิ้ม แต่ถ้าสังเกตที่ปลายเท้า จะพบว่าปลายเท้าของพวกหนุ่ม ๆ ทุกคนจะหันไปหาสาวคนนี้ ซึ่งแสดงว่าทุกคนกำลังสนใจในตัวเธอ และเธอเองก็สามารถรับรู้ได้ถึงความสนใจที่มีต่อตัวเธอ และจะยังคงยืนอยู่ในกลุ่มนั้นต่อไปตราบใดที่เธอยังคงเป็นที่น่าสนใจ และอาจจะหันปลายเท้าหรือเหลือบมองหนุ่มที่เธอสนใจอยู่เช่นเดียวกัน